สารจากประธานกรรมการบริษัท

ในด้านการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ในปี 2568 บริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาและทุ่นลอยน้ำ (Solar Rooftop & Floating) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 5.0 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ใน ปี 2569 ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเป็นร้อยละ 21 ของกำลังการผลิตรวมตามสัดส่วนการถือหุ้น บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15 ก่อนกำหนด ในปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทโซลาริสท์ (บริษัทย่อย) ลงนามรับทราบและตกลงตามเงื่อนไขการลงนามซื้อขายสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นระยะเวลา 25 ปี สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) จำนวน 5 โครงการ ปริมาณพลังไฟฟ้าตามสัญญารวม 298 เมกะวัตต์ กำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ในปี 2571 ซึ่งเป็นไปตามแผนการขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของบริษัท ที่ตั้งเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเป็นร้อยละ 50 ของกำลังการผลิตรวมตามสัดส่วนการถือหุ้น ภายในปี ค.ศ. 2030
ผลการดำเนินงานในมิติด้านสังคม ในปี 2568 บริษัทได้มีการทบทวนความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน การประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนของพนักงานกลุ่มบริษัท อยู่ในระดับต่ำทุกประเด็น และผลการสำรวจความ พึงพอใจของชุมชนที่มีต่อการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท อยู่ในเกณฑ์ “ดีมาก”
ในมิติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ในปี 2568 บริษัทได้รับคะแนนการประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ 5 ดาว หรือ “ดีเลิศ” จากโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ของสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และได้รับผลการประเมินตามโครงการประเมินคุณภาพการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (AGM CHECKLIST) จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย 100 คะแนนเต็ม หรืออยู่ในระดับ 5 TIA ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ อีกทั้งบริษัทผ่านการต่ออายุการรับรองครั้งที่ 3 ของการเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption : CAC) อันเป็นการแสดงถึงความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ในการดำเนินธุรกิจ และความมุ่งมั่นในการต่อต้านการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลการการประเมินสถานการณ์ความพร้อมระบบสารสนเทศ เพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม ของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ซึ่งผลการประเมินดีกว่าคะแนนเฉลี่ยในระดับประเทศ และผลการประเมินตามโครงการระบบประเมินระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Maturity Model : PMM) ของสำนักคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ผลประเมิน 3.37 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของผู้เข้าร่วมโครงการ
ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน โดยดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ตามผลงานที่กล่าวมาข้างต้น เป็นผลให้บริษัทได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 อยู่ในระดับ AAA และได้รับกิตติกรรมประกาศการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนประจําปี 2568 จากสถาบันไทยพัฒน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8